เชลซี เหมา3แข้ง ติดทีมยอดเยี่ยม พรีเมียร์ลีก ประจำสัปดาห์ที่ 34

เชลซี เหมา3แข้ง ติดทีมยอดเยี่ยม พรีเมียร์ลีก ประจำสัปดาห์ที่ 34

เชลซี

เชลซี เหมา3แข้ง ติดทีมยอดเยี่ยม พรีเมียร์ลีก ประจำสัปดาห์ที่ 34

 

3 แข้งจาก เชลซี พาเหรดติดทีมยอดเยี่ยม พรีเมียร์ลีก ประจำสัปดาห์ที่ 34 นอกจากนี้ยังมี 2 แข้งจาก สเปอร์ส และ เวสต์แฮม ติดเข้ามา ขณะที่คนอื่นๆ จะมีใครบ้าง ไปดูกันได้เลย

 

ผู้รักษาประตู : เอดูอาร์ เมนดี้ (เชลซี)

 

เชลซี

 

ช่วงครึ่งแรกป้องกันประตูพาทีมรอดการโดนตีเสมอ แม้ครึ่งหลังไม่ต้องออกแรงป้องกันอะไรมาก แต่ก็ต้องยอมรับว่า เมนดี้ มีส่วนสำคัญต่อ เชลซี ในเกมเอาชนะ ฟูแล่ม 2-0

นับตั้งแต่นัดแรกของโธมัส ทูเคิ่ล กับ เชลซี เมนดี้ เก็บคลีนชีตได้มากกว่าผู้รักษาประตูคนอื่นๆ ใน พรีเมียร์ลีก ด้วยจำนวน 9 จาก 13 นัด

 

กองหลัง : จอนนี่ อีแวนส์ (เลสเตอร์)

เลสเตอร์ เกือบเอาตัวไม่รอดจาก เซนต์ แมร์รี่ส์ หลังโดน เซาธ์แฮมป์ตัน ที่เหลือผู้เล่น 10 คนทำประตูขึ้นนำ โดย อีแวนส์ คือฮีโร่ของพวกเขา แม้ “เดอะ ฟ็อกซ์” จะไม่สามารถคว้าชัยได้ก็ตาม

แนวรับทีมชาติไอร์แลนด์เหนือ ทำประตูได้ 2 ลูกจาก 3 เกมหลังสุดในลีก ซึ่งเทียบเท่ากับก่อนหน้านี้ 95 นัดที่เจ้าตัวลงเล่นในรายการนี้

 

กองหลัง : เคร็ก ดอว์สัน (เวสต์แฮม)

 

เชลซี

 

ในวันที่ต้องรับมือกับลูกกลางอากาศของ เบิร์นลี่ย์ เคร็ก ดอว์สัน ก็สามารถจัดการได้อย่างอยู่หมัด ในเกมที่เจ้าตัวลงสนามเกมระดับ พรีเมียร์ลีก ครบ 200 นัด ดอว์สัน มีสถิติจัดการลูกกลางอากาศได้ทั้งสิ้นถึง 11 ลูก

 

กองหลัง : แซร์จ ออริเย่ร์ (สเปอร์ส)

เกมรับไม่ต้องเจองานหนักอะไรมาก แต่ก็มีเข้าปะทะสวยๆ 2 ครั้ง ส่วนเกมรุกเจ้าตัวผ่านบอลสำคัญได้ถึง 4 ครั้ง รวมถึงมีแอสซิสต์ 2 ลูกที่จ่ายให้ แกเร็ธ เบล พังประตู

กองกลาง : แกเร็ธ เบล (สเปอร์ส)

 

กองกลาง : แกเร็ธ เบล (สเปอร์ส)

ไม่ต้องพูดอะไรมากกับการที่ เบล เหมา 3 ประตู ซึ่งแต่ละลูกถือว่ายิงได้เฉียบขาดมาก

เบล กลายเป็นผู้เล่น เวลส์ คนที่ 6 ที่สามารถทำประตูใน พรีเมียร์ลีก ครบ 50 ลูก ซึ่งเป็นคนแรกนับตั้งแต่ที่ เคร็ก เบลลามี่ เคยทำสถิตินี้ไว้เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2006 นอกจากนี้ แฮตทริกในเกมนี้ยังเป็นการทำแฮตทริกครั้งที่ 7 ในชีวิตการค้าแข้ง โดยเกิดขึ้นกับ สเปอร์ส 3 ครั้ง และ เรอัล มาดริด 4 ครั้ง

 

กองกลาง : โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ (อาร์เซน่อล)

 

เป็นเกมที่ ดาวเตะทีมชาติอียิปต์ โชว์ฟอร์มได้โดดเด่น และพังประตูขึ้นนำให้กับทีมได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งนับเป็นประตูแรกของเขาในลีกครั้งแรกกับ “เดอะ กันเนอร์ส” ในรอบ 66 นัด โดยก่อนหน้านี้มีโอกาสทำประตู 48 ครั้ง ซึ่งพลาดเป้าทั้งหมด

กองกลาง : เมสัน เมาท์ (เชลซี)

เป็นกำลังหลัก มาตลอดนับตั้งแต่ยุค แฟร้งค์ แลมพาร์ด ไม่มีผู้เล่น “สิงห์บลูส์” คนไหนนับตั้งแต่ที่ ทูเคิ่ล เข้ามาที่จะมีส่วนร่วมกับประตูไปมากกว่า เมาท์ อีกแล้ว (7 ครั้ง – 4 ประตู 2 แอสซิสต์)

กองกลาง : ไค ฮาร์แวร์ตซ์ (เชลซี)

 

 

ถูกจับขึ้นไปเล่นกองหน้า และก็ทำผลงานได้ดีมากๆมีความเฉียบขาดในการทำประตูโดยทั้ง 8 ประตูที่ แข้งทีมชาติเยอรมนี เกิดขึ้นใน ลอนดอน ทั้งหมด (7 ประตูใน สแตมฟอร์ม บริดจ์ และ 1 ประตูที่ เซลเฮิร์สท์ พาร์ค)

กองหน้า : แดนนี่ เวลเบ็ค (ไบรท์ตัน)

 

กองหน้า : แดนนี่ เวลเบ็ค (ไบรท์ตัน)

 

มีส่วนสำคัญที่พา ไบรท์ตัน เก็บชัยชนะได้เหนือ ลีดส์ ยูไนเต็ด เวลเบ็ค เรียกจุดโทษให้กับทีม และโชว์ความเหนือชั้นทำประตูปิดกล่องได้อย่างสวยงาม

กองหน้า : เซร์คิโอ อเกวโร่ (แมนฯ ซิตี้)

 

กองหน้า : เซร์คิโอ อเกวโร่ (แมนฯ ซิตี้)

 

ในเกมที่น่าอึดอัดของ แมนฯ ซิตี้ แต่พวกเขาก็ได้ อเกวโร่ ขี้ม้าขาวทำประตูปลดล็อก และขยับเข้าใกล้แชมป์ พรีเมียร์ลีก เข้าไปทุกที

ไม่น่าเชื่อว่านี่คือ ประตูแรกของ อเกวโร่ ที่สนาม เซลเฮิร์สท์ พาร์ค โดยทำให้เขาเป็นผู้เล่นคนที่ 12 ที่สามารถทำประตูได้ถึง 30 สนามใน พรีเมียร์ลีก อีกทั้ง “กุน” ยังทำประตูใส่สนามที่กรุง ลอนดอน ได้ถึง 8 สนาม มีแค่ เวย์น รูนี่ย์ และ นิโกล่าส์ อเนลก้า เท่านั้นที่ทำได้มากกว่า (9 สนาม)

 

กองหน้า : มิคาอิล อันโตนิโอ (เวสต์แฮม)

หายเจ็บกลับมาก็ทำประตูได้ทันที อันโตนิโอ เหมาสองประตูพา เวสต์แฮม แซงเอาชนะ เบิร์นลี่ย์ ทำแต้มไล่จี้ ท็อปโฟร์

อันโตนิโอ ทำประตูใน พรีเมียร์ลีก กับ “เดอะ แฮมเมอร์ส” ไปแล้ว 45 ลูก ซึ่งมีแค่ เปาโล ดิ คานิโอ (47) และ มาร์ค โนเบิล (46) เท่านั้นที่ทำได้มากกว่าเขา

 

 

 

 

แทงบอลออนไลน์

แทงบอลออนไลน์