สวิตเซอร์แลนด์ รัวไล่เจ๊า ฝรั่งเศส 3-3 ในศึกฟุตบอลยูโร2020 รอบ 16ทีมสุดท้าย

สวิตเซอร์แลนด์ รัวไล่เจ๊า ฝรั่งเศส 3-3 ในศึกฟุตบอลยูโร2020 รอบ 16ทีมสุดท้าย

 

สวิตเซอร์แลนด์

สวิตเซอร์แลนด์ รัวไล่เจ๊า ฝรั่งเศส 3-3 ในศึกฟุตบอลยูโร2020 รอบ 16ทีมสุดท้าย

 

สวิตเซอร์แลนด์ รัวไล่เจ๊า ฝรั่งเศส 3-3

“ตราไก่” ทีมเต็งแชมป์ของ ดิดิเย่ร์ เดส์ชองส์ ต้องน้ำตาตกแบบช็อกโลกหลังพลาดโดนสวิตเซอร์แลนด์ รัวไล่เจ๊าในเวลา 90 นาที 3-3 สุดท้ายต้องลุ้นถึงฏีกาก่อนที่คนสุดท้ายอย่าง เอ็มปั๊ปเป้ จะยิงพลาดส่งให้สวิตเซอร์แลนด์ ที่ยิงเข้าทุกคนดวลจุดโทษเอาชนะไปได้ 5-4 ผ่านเข้าไปเล่นในรอบ 8 ทีมสุดท้ายได้เป็นหนแรก โดยจะเข้าไปพบกับ สเปน ในศึกฟุตบอลยูโร 2020 รอบ 16 ทีมสุดท้าย คืนวันจันทร์ที่ผ่านมา
สนาม : อารีน่า นาติโอนาล่า, บูคาเรสต์ (โรมาเนีย)

สวิตเซอร์แลนด์ รัวไล่เจ๊า ฝรั่งเศส 3-3 ในศึกฟุตบอลยูโร2020 

 

ศึกฟุตบอลยูโร 2020 รอบ 16 ทีมสุดท้าย คืนวันจันทร์ที่ 28 มิถุนายน มิถุนายน 2564 จากสนาม อารีน่า นาติโอนาล่า เมือง บูคาเรสต์ ประเทศ โรมาเนีย เป็นการพบกันระหว่าง ฝรั่งเศส ที่เข้ารอบมาในฐานะแชมป์กลุ่ม เอฟ ดวล สวิตเซอร์แลนด์ 1 ใน 4 ทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุดจากกลุ่ม เอ

ดิดิเย่ร์ เดส์ชองส์ เทรนเนอร์ทีมชาติฝรั่งเศส พาทีมเสมอโปรตุเกส 2-2 ในนัดส่งท้ายรอบแรก เป็นการเสมอ 2 นัดติดและไม่แพ้มา 10 เกมแล้ว พร้อมผ่านเข้ารอบมาในฐานะแชมป์กลุ่ม เอฟ

ทางด้าน วลาดิเมียร์ เป็ตโควิช เทรนเนอร์ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ พาทีมชนะตุรกี 3-1 ในเกมส่งท้ายรอบแรก เป็นการคว้าชัยนัดแรกในรอบ 3 เกม พร้อมเข้ารอบมาในโควตา 1 ใน 4 ทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุดจากกลุ่ม เอ

เปิดฉากครึ่งแรก 2 นาที “ตราไก่” ทักทายก่อนจากลูกเตะมุมทางซ้ายของ อ็องตวน กรีซมันน์ ปั่นบอลโค้งมาเสาแรกเข้าหัว ราฟาแอล วาราน ลอยมาโขกเต็มแรงแต่โดนไม่ดีเหินข้ามคานหลุดออกหลังไป

นาทีที่ 15 กลายเป็น สวิตเซอร์แลนด์ ทะยานออกนำ 1-0 จากจังหวะทางซ้ายอง สตีเว่น ซูเบอร์ สอดมาเก็บบอลแต่งหาช่องหยอดเข้าเขตโทษให้ ฮาริส เซเฟโรวิช ใช้แขนเบียด เกลม็องต์ ล็องช์เล่ต์ ขึ้นไปโขกเปลี่ยนทางผ่านมือ อูโก้ โยริส เบียดโคนเสาแรกงามหยด

นาทีที่ 22 ฝรั่งเศส หวิดตามตีเสมอจากบอลทางซ้ายของ คิลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ตบเข้าเขตโทษให้ อาเดรียง ราบีโอต์ สอดมาตวัดไปเสาไกลเกือบถึง คาริม เบนเซม่า แต่ต้องชม ยันน์ ซอมเมอร์ ออกมาปัดทำลายจังหวะเอาไว้ได้

3 นาทีต่อมาจากลูกฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษฝั่งซ้ายของ คิลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ซัดเต็มข้อไปติดกำแพงเด้งมาเข้าทางซ้ำอีกทีก็ยังปลิ้นหลังเท้าหลุดออกไปไกล จากจังหวะต่อเนื่องคราวนี้เป็น อาเดรียง ราบีโอต์ แหวกขึ้นมาซัดด้วยซ้ายหน้ากรอบ 18 หลาพุ่งผ่านมือ ยันน์ ซอมเมอร์ ถากเสาออกหลังนิดเดียว

หมดครึ่งเวลาแรก ฝรั่งเศส 0 สวิตเซอร์แลนด์ 1

 

นาทีที่ 57 ฝรั่งเศส ตามตีเสมอเป็น 1-1 จากความผิดพลากของ สวิตเซอร์แลนด์ เสียบอลกลางทางสุดท้ายเป็น อ็องตวน กรีซมันน์ แทงขึ้นมาถึง คิลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ แปะเร็วต่อให้ คาริม เบนเซม่า เกี่ยวบอลไขว้เข้าเขตโทษก่อนยกข้าม ยันน์ ซอมเมอร์ ตุงตาข่าย

นาทีต่อมากลายเป็น “ตราไก่” รัวแซงนำ 2-1 จากจังหวะประสานงานสุดสวย คิลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ไขว้บอลชิ่งคืนให้ อ็องตวน กรีซมันน์ หลุดเข้าเขตโทษฝั่งซ้ายซัดไปติดปลายมือ ยันน์ ซอมเมอร์ ลอยมาเสาไกลเข้าทางปืน คาริม เบนเซม่า โขกจ่อๆเสยเพดานตาข่ายไม่เหลือ

65 นาทีผ่าน สวิตเซอร์แลนด์ ออกหมัดบ้างจากฟรีคิกทางขวา เซอร์ดาน ชาคิรี่ หยอดเข้าเขตโทษให้ ฮาริส เซเฟโรวิช สอดมาชาร์จในกรอบ 6 หลาออกหลังเหลือเชื่อสุดท้ายมีเสียงนกหวีดโดนจับฟาวล์ไปก่อนแล้ว

ไม่หนำใจนาทีที่ 75 ฝรั่งเศส ทิ้งห่างเป็น 3-1 จากจังหวะของ ปอล ป็อกบา เก็บตกหน้ากรอบเขตโทษตั้งป้อมปั่นด้วยขวาระยะร่วม 30 หลาบอลติดไซค์โป้งโค้งผ่านมือ ยันน์ ซอมเมอร์ เสียบสามเหลี่ยมงามหยด

นาทีที่ 81 สวิตเซอร์แลนด์ปลุกความหวังไล่มาเป็น 3-2 จากบอลทางขวาของ เควิน เอ็มบาบู หลุดขึ้นมาครอสเข้าเขตโทษโค้งมาเข้าหัว ฮาริส เซเฟโรวิช สอดมาระหว่างแนวรับ ฝรั่งเศส โขกเข้าไปไม่พลาด

นาทีที่ 89 สวิตเซอร์แลนด์ตายยากไล่ตีเสมอเป็น 3-3 จากจังหวะเสียบอลกลางสนามของ ปอล ป็อกบา สุดท้ายเป็น กรานิต ชาคา แทงช่องสุดงามขึ้นมาให้ มาริโอ กาฟราโนวิช โยกหนี เปรสแนล คิมเป็มเบ้ ได้ช่องหักข้อด้วยขวาผ่านมือ อูโก้ โยริส ซุกหน้าต่างเสาแรก

หลังจากนั้นไม่มีสกอร์เพิ่มจบเกม 90 นาที ฝรั่งเศส 3 วิตเซอร์แลนด์ 3 ต้องไปต่อเวลาพิเศษหาทีมผ่านเข้ารอบ

นาทีที่ 120 เปรสแนล คิมเป็มเบ้ ทิ้งบอลยาวเข้าเขตโทษให้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ใช้ความแข็งแกร่งเบียดชนะ ฟาเบียน แชร์ ขึ้นไปโขกเปลี่ยนทางแต่ก็ยังไม่ผ่านมือ ยันน์ ซอมเมอร์ ลอยไปคว้าไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม จบช่วงต่อเวลาพิเศษ ฝรั่งเศส 3สวิตเซอร์แลนด์ 3 ต้องตัดสินด้วยจุดโทษ

สุดท้ายเป็นสวิตเซอร์แลนด์ ทำได้ดีกว่าแม่นโทษดับ ฝรั่งเศส 5-4 ลอยลำผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายสำเร็จ

 

​รายชื่อนักเตะที่ลงสนามตัวจริง

ฝรั่งเศส (3-4-1-2) : อูโก้ โยริส – ราฟาแอล วาราน, เปรสแนล คิมเป็มเบ้, เกลม็องต์ ล็องช์เล่ต์ (คิงส์เล่ย์ โกมัน น.46), (มาร์คุส ตูราม น.111) – แบ็งฌาแม็ง ปาวาร์, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, ปอล ป็อกบา, อาเดรียง ราบีโอต์ – อ็องตวน กรีซมันน์ (มุสซ่า ซิสโซโก้ น.88) – คิลิยัน เอ็มบั๊ปเป้, คาริม เบนเซม่า (โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ น.94)

เทรนเนอร์ : ดิดิเย่ร์ เดส์ชองส์

สวิตเซอร์แลนด์ (3-4-1-2) : ยันน์ ซอมเมอร์ – นิโก้ เอลเวดี้, มานูเอล อคานจี, ริคาร์โด้ โรดริเกซ (อัดเมียร์ เมห์เมดี้ น.87) – ซิลแว็ง วิดแมร์ (เควิน เอ็มบาบู น.73), เรโม ฟรอยเลอร์, กรานิต ชาคา, สตีเว่น ซูเบอร์ (คริสเตียน ฟาสนัคท์ น.79) – เซอร์ดาน ชาคิรี่ (มาริโอ กาฟราโนวิช น.73) – ฮาริส เซเฟโรวิช (ฟาเบียน แชร์ น.97), บรีล เอ็มโบโล่ (รูเบน วาร์กัส น79.)

เทรนเนอร์ : วลาดิเมียร์ เป็ตโควิช

 

ผู้ตัดสิน : เฟร์นานโด ราปายินี่ (อาร์เจนตินา)

 

 

 

 

 

 

บอลออนไลน์

ฟุตบอลออนไลน์